|
Written by <a href='/social/62-admin/profile.html'>Administrator</a>
|
|
Monday, 18 January 2010 22:27 |
|
กิจกรรมถ่ายภาพนอกสถานที่ ครั้งที่ 4/2552 สังขละบุรี
Download VDO บรรยากาศของกิจกรรม
http://www.suratosathanugrah.com/download/RPST_Trip4.wmv
สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดกิจกรรมถ่ายภาพและอบรมนอกสถานที่ ครั้งที่ 4/2552 โครงการถ่ายภาพแถมบุญ AMAZING สังขละบุรี ในวัน ที่ 18 - 20 ธันวาคม 2552 ที่เมือง สองอารยะธรรม พม่า มอญ สะพานไม้ อันเก่าแก่ของชาวสังขละบุรี กะเหรี่ยงมอญสองสัญชาติผูกพันรักใคร่เหมือนพี่น้อง สะท้อนวิถีชีวิต อารยธรรม วัฒนธรรม ภายใต้ศาสนาเดียวกัน โดยมีองค์หลวงพ่ออุตตมะแห่งวัดวังก์วิเวการาม เป็นจุดศูนย์รวมใจ โดย 3 วิทยากร ช่างภาพผู้มีผลงานโดดเด่นในเรื่องการถ่ายภาพแนวสารคดีมาให้ความรู้
ตลอดกิจกรรม คือ คุณ สุรพล สุคำทัศน์, คุณบุณฐไชย ไชยวิรุณเจริญ, และ คุณนพคุณ กุลสุจริต *ออกเดินทางในวันศุกร์ที่ 18 ธันวาคม 2552 เวลา***21.30 น.โดยรถโดยสารปรับอากาศ จากถนนอังรีดูนังต์ แวะรับประทานข้าวต้มร้อนๆ ที่จังหวัด นครปฐม ชี้ แจงรายละเอียดและเทคนิคการถ่ายภาพเบื้องต้นสำหรับการถ่ายภาพในช่วงเช้าบนรถ โดยวิทยากร โดย แบ่งสมาชิกเป็นกลุ่มย่อย กลุ่มละ 13 คน พร้อมสต๊าฟดูแล 3 คน * ถึงจุดหมายที่ พรไพลินริเวอร์ไซด์ ล้างหน้าล้างตา เช้าวันเสาร์ ที่ 19 ธันวาคม 2552 เดินทางไปเพื่อถ่ายภาพสะพาน“ซองกาเรีย” สะพานไม้บนสายหมอก และ กลับมารับประทานอาหารเช้า ที่พรไพลินริเวอร์ไซด์ ในช่วงสายๆหลังจากทานอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว เดินทางไปหมู่บ้านแถบชายแดนไทย-พม่า หมู่บ้านที่มีชาวกะเหรี่ยง และชาวมอญ อพยพในช่วงที่...หมู่บ้านของพวกเขาจมน้ำ มาตั้งหมู่บ้านรวมกันสองชนชาติ มีพิธี “รับขวัญช้าง” ซึ่งช้างของหมู่บ้านนี้ไม่ว่าจะไปทำงานที่ใด ในพม่า มอญ ก็ต้องกลับมาเข้าพิธีรับขวัญ ซึ่งคล้ายๆ พิธีเรียกขวัญของคนที่ต้องกลับมาเจอะเจอกันในช่วงประเพณีมหาสงกรานต์ และ ถ่ายภาพ “วิถีชีวิตชาวมอญ และกะเหรี่ยงในหมู่บ้าน ซึ่งในหมู่บ้านนี้ เด็กๆและชาวบ้านจะแต่งกายตามชนเผ่าของตัวเอง ซึ่งหมู่บ้านนี้จะมีเด็กๆ เยอะมาก วัยของเด็กจะไล่เลี่ยกันไป ถ่าย Portrait แบบธรรมชาติไปพร้อมๆกับฉากหน้าบ้านของหมู่บ้านที่มีแม่น้ำไหลผ่าน และ นำสิ่งของบริจาค เสื้อผ้า หนังสือ สื่อการสอน ไปมอบให้กับเด็กๆ และ ชาวบ้านใน “โครงการถ่ายภาพแถมบุญ AMAZING สังขละบุรี” โดยมีผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้รับมอบ สำหรับหนังสือ ก็ได้จัดเอาไว้ให้เป็นห้องสมุดของหมู่บ้านสำหรับเด็กๆ *12.30 น. เดินทางโดยรถสองแถวที่ทางสมาคมฯจัดให้ ไปปางช้างที่ลุ่มน้ำโกปะรวยท่า เป็นน้ำที่ไหลมาจากเขตพม่า รับประทานอาหารเที่ยงบนปางช้าง ต่อด้วยการชี้แจงรายละเอียดและเทคนิคการถ่ายภาพสำหรับการถ่ายภาพในช่วงบ่าย โดยวิทยากร ก่อนที่จะได้ไปถ่ายธรรมชาติการถ่อแพโดยช้าง อาบน้ำช้างโดยควาญช้างและเด็กๆ ในหมู่บ้านจะมาช่วยกัน ซึ่ง ช้าง 1 ตัว จะอาบน้ำครั้งเดียวใน 1 วัน ช่วงบ่ายแก่ๆ รับประทานว่าง ขนมทองโย๊ะ และยำบุก ดื่มน้ำสมุนไพร โดยฝีมือแม่บ้านกะเหรี่ยง ช่วงเย็นหลังจากถ่ายภาพกันจุใจแล้ว ก็ได้เดินทางกลับมาที่ “วัดเก่าประจำหมู่บ้าน” เพื่อถ่ายภาพชาวบ้านทำบุญห่มผ้า “เจดีย์พระธาตุ” และเวียนเทียนดอกไม้ ตอนช่วงเย็นแสงโพล้เพ้ วัดที่ต้องเดินขึ้นบันได 110 ขั้น ณ เจดีย์แห่งนี้ยังไม่เคยเผยแพร่ที่ไหนมาก่อน เป็นการรวมตัวรวมใจของชาวบ้านที่ร่วมมือร่วมใจกันเวียนเทียนดอกไม้ พร้อมกับห่มผ้าเหลืองให้กับพระธาตุ โดยได้รับความอนุเคราะห์ จากท่านเจ้าอาวาสที่อำนวยความสะดวกในการถ่ายภาพอย่างเต็มที่ เมื่อเสร็จสิ้นพิธี เดินทางกลับมาที่ พรไพลินริเวอร์ไซด์ เพื่อร่วมรับประทานอาหารค่ำในเวลาประมาณ 20.00 น.พร้อมไปกับการ ดูสไลด์วิจารณ์ภาพ เสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนปัญหาในการถ่ายภาพต่างๆ
ตั้งแต่ภาคเช้าจบจนพลบค่ำ รวมทั้งชี้แจงรายละเอียดและเทคนิคการถ่ายภาพ สำหรับการถ่ายภาพในช่วงเช้าของวันใหม่ *วันอาทิตย์ ที่ 20 ธันวาคม 2552 หลังจากได้รับประทานอาหารเช้าที่ พรไพลินริเวอร์ไซด์ แล้วก็ได้ เดินทางไปสะพานไม้ (สะพานอุตมานุสรณ์) เพื่อถ่ายวิถีชีวิตของคนไทย-มอญ ซึ่ง ทางสมาคมฯ ได้ขอความร่วมมือไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ขอจัดตลาดยามเช้าบนสะพาน นอกจากนี้ทางจังหวัดฯยังให้ความร่วมมือให้ผู้ใหญ่สมบูรณ์ จัดหาตุงมาแขวนไว้บนสะพาน ซึ่งยังไม่เคยมีมาก่อน พร้อม มีพระและแม่ชีพม่ามารับบาตรบนสะพานอีกด้วย ช่วงเวลาต่อมาก็ให้สมาชิกได้ เดินถ่ายในหมู่บ้านชุมชนชาวมอญและกะเหรี่ยง ถ่ายภาพตามอัธยาศัย ช่วงเที่ยง สมาชิก รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารสีแดง ร้านอาหารแห่งแรกของชาวสังขละบุรี ช่วงบ่าย เดินทางออกจากพรไพลินริเวอร์ไซด์ ไปวัดวังก์วิเวการาม เพื่อนมัสการหลวงพ่ออุตตมะ พระคู่บ้านคู่เมืองชาวสังขละบุรี และชมเจดีย์พุทธคยา ถ่ายภาพตามอัธยาศัย จากนั้นได้ ออกเดินทางจากสังขละบุรี กลับกรุงเทพมหานคร โดยได้แวะรับประทานอาหารเย็นที่ “ครัวลุงรัตน์” ตัวเมืองจังหวัดกาญจนบุรี ร้านอาหารที่นักชิมทั้งหลายต้องไม่พลาด เดินทางถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ ในเวลา *22.00 น.
|
|
Last Updated on Monday, 18 January 2010 22:33 |